เกี่ยวกับสนามบิน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อ “ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ”
    ซึ่งมีความหมายว่า “แผ่นดินทอง” และทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันเสาร์ที่ 19 มกราคม พุทธศักราช 2545

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แผ่นดินทองประตูสู่เอเชีย
    ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีพื้นที่ประมาณ 20,000 ไร่ (8,000 เอเคอร์) ตั้งอยู่บนถนนบางนา - ตราด กม. 15 อยู่ห่างจากใจกลางกรุงเทพมหานคร 25 กม.

ศักยภาพ
ในระยะแรก

 รองรับผู้โดยสารได้ 45 ล้านคนต่อปี
 รองรับเที่ยวบินได้ 76 เที่ยวบินต่อชั่วโมง
 รองรับการขนถ่ายสินค้าได้ 3 ล้านตันต่อปี

อาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
    เป็นอาคารเดี่ยวขนาดใหญ่ ให้บริการผู้โดยสารทั้งใน และระหว่างประเทศในอาคารเดียวกัน มีเนื้อที่ใช้สอยประมาณ 563,000 ตารางเมตร

อาคารผู้โดยสาร
     มีทั้งหมด 7 ชั้น และชั้นใต้ดิน 2 ชั้น
ชั้นที่ 1
     Bus และแท็กซี่ ล็อบบี้
ชั้นที่ 2
     ส่วนบริการผู้โดยสารขาเข้าทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ
ชั้นที่ 3
     ร้านค้า ร้านอาหาร และห้องรับรองบุคคลทั่วไป (CIP)
ชั้นที่ 4
     ส่วนบริการผู้โดยสารขาออก ประกอบด้วย พื้นที่บริการผู้โดยสาร Premium ของสายการบินไทยจุดตรวจหนังสือเดินทาง จุดตรวจศุลกากร เคาน์เตอร์สายการบิน เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ท่าอากาศยาน

ชั้นที่ 5
     สำนักงานของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และกลุ่มสายการบินพันธมิตร Star Alliance
ชั้นที่ 6
     ธนาคาร กับ กสท.โทรคมนาคม (Cat Telecom)
ชั้นที่ 7
     จุดชมทัศนียภาพ ส่วนชั้นใต้ดินมีการแบ่งสัดส่วนเป็นสถานีรถไฟ ชานชาลารถไฟและพื้นที่ของระบบสายพานลำเลียงกระเป๋า

อาคารเทียบเครื่องบิน 
     เป็นอาคารสูง 4 ชั้น มี 7 หลังคือ A, B, C, D, E, F, และ G อาคารเทียบเครื่องบิน A , B ใช้บริการสำหรับผู้โดยสารภายในประเทศ อาคารเทียบเครื่องบิน B ให้บริการสำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศ ช่วงเวลา 21.00-04.00 น. อาคารเทียบเครื่องบิน C, D, E, F, และ G ให้บริการสำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศ

ทางวิ่ง
     ใน ระยะแรกมี 2 ทางวิ่ง คือทางวิ่งฝั่งตะวันออก ความยาว 4,000 เมตร กว้าง 60 เมตร และทางวิ่งฝั่งตะวันตก ความยาว 3,700 เมตร และกว้าง 60 เมตร มีทางขับ 52 เส้น

ลานจอดอากาศยาน
     มี หลุมจอดอากาศยาน 120 หลุมจอด ในจำนวนนี้เป็นหลุมจอด ที่มีสะพานเทียบเครื่องบินให้บริการ 51 หลุมจอด หลุมจอดระยะไกล 69 หลุมจอด และมีหลุมจอดสำหรับเครื่องบิน Airbus A380 ได้ 8 หลุมจอด เป็นหลุมจอดประชิดอาคาร 5 หลุมจอ
หอบังคับการบิน
    มีความสูง 132.2 เมตร เป็นหอบังคับการบินที่สูงที่สุดในโลก
เพียบ พร้อมด้วยเทคโนโลยีการให้บริการจราจรทางอากาศที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่ง สำหรับรองรับปริมาณเที่ยวบินที่จะบินขึ้น – ลง ประมาณ 76 เที่ยวบินต่อชั่วโมง
อาคารสถานีดับเพลิงและกู้ภัย 
    มี 3 สถานีคือ สถานีหลัก รับผิดชอบการดับเพลิงอาคาร ส่วนอีก 2 สถานี เป็น Sub Station ตั้งอยู่ในเขต Airside บริเวณกึ่งกลางทางวิ่งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก รับผิดชอบการดับเพลิงอากาศยาน ระดับการดับเพลิงและกู้ภัยตามมาตรฐานองค์การบินพลเรือนระหว่างประเทศระดับ 10

สำนักอุตุนิยมวิทยาการบิน 
     มีภารกิจในการสนับสนุนกิจกรรมการเดินอากาศที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศและ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก โดยดำเนินการติดตั้งเครื่องมือตรวจอากาศ และระบบการให้บริการข้อมูล อุตุนิยมวิทยาการบิน เพื่อประโยชน์ในการตรวจและรายงานอากาศการบิน การพยากรณ์อากาศบินที่ท่าอากาศยานและตามเส้นทางบิน การติดตามสภาวะอากาศ เพื่อออกคำเตือนลักษณะอากาศที่เป็นอันตรายต่อการบิน

สถานีไฟฟ้าย่อย
     สถานีแผลงแรงดันไฟฟ้าจากไฟฟ้านครหลวงจาก 115 กิโลโวลต์ เป็น 24 กิโลโวลต์

สถานีประปา
     รับน้ำจากประปานครหลวงเพื่อจ่ายให้อาคารผู้โดยสารและอาคารต่างๆผ่าน เครือข่ายท่อประปาใต้ดิน ที่มีความยาวกว่า 35 กิโลเมตร สถานีประปาสามารถเก็บและรองรับ้ำได้ 40,000 ลูกบาศก์เมตร

โรงบำบัดน้ำเสีย 
     ทำหน้าที่รับน้ำที่ใช้แล้วจากอาคารผู้โดยสารและอาคารต่างๆผ่านทางท่อ ใต้ดินเพื่อนำมาบำบัด ปัจจุบันสามารถบำบัดน้ำเสีย ได้วันละ 18,000 ลูกบาศก์เมตร น้ำเสียที่ผ่านการบำบัดและจะนำกลับมาใช้ระบายความร้อนในระบบปรับอากาศและรด น้ำต้นไม้

อาคารผลิตไฟฟ้าและน้ำเย็น
     ดำเนินการโดย บริษัท ผลิตไฟฟ้าและน้ำเย็น จำกัด ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของกระทรวงพลังงาน ร่วมทุนโดย ปตท. การไฟฟ้าฝ่ายผลิต และการไฟฟ้านครหลวง โดยลงทุนก่อสร้างระบบ District Cooling System and Power Plant ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยระบบพลังงานร่วมเพื่อป้อนให้กับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นอกจากนั้นยังนำพลังงานเหลือใช้จากการผลิตไฟฟ้า คือ พลังงานความร้อนมาผลิตน้ำเย็นและไอน้ำ เพื่อใช้ในระบบปรับอากาศในอาคารผู้โดยสาร

อาคารเทคโนโลยีและสารสนเทศท่าอากาศยาน
     ประกอบด้วยศูนย์ควบคุมหลัก 4 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์ปฏิบัติการท่าอากาศยาน ศูนย์ควบคุมการรักษาความปลอดภัย ศูนย์ควบคุมสภาวะฉุกเฉิน และศูนย์บริหารจัดการระบบเครือข่าย
 

อาคารจอดรถยนต์
     มี 2 อาคาร ตั้งอยู่ด้านหน้าอาคารผู้โดยสาร รองรับรถยนต์ได้ประมาณ 5,000 คัน และมีพื้นที่จอดรถ 30,000 ตร.ม. ความสามารถในการรองรับ รถยนต์ 1,000 คัน

ศูนย์การขนส่งสาธารณะ
     มีพื้นที่ปะรมาณ 42,000 ตารางเมตร หรือประมาณ 26 ไร่ ภายในแบ่งเป็นพื้นที่จอดรถยนต์ และพื้นที่พักคอยรถประเภทต่าง ๆ ได้แก่ รถแท็กซี่ รถลีมูซีน รถเช่า นอกจากนั้นภายในศูนย์ขนส่งยังมีอาคาร Bus Terminal ซึ่งเป็นสถานีจอดรถรับ - ส่ง สาธารณะ 2 ประเภท คือ รถประจำทาง ขสมก. และ บขส. โดยภายในศุนย์ขนส่งมีสถานีบริการน้ำมันและร้านค้าให้บริการ

เขตปลอดอากร (คลังสินค้า)
     รัฐบาลได้มีนโยบานส่งเสริมให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นศุนย์กลางในด้านการบินและการขนส่งผู้โดยสาร สินค้า และ พัสดุภัณฑ์ ดังนั้น จึงได้มีการนำรูปแบบการบริหารจัดการแบบเขตปลอดอากรมาใช้ที่ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายสินค้า ขาเข้า ขาออก และสินค้าผ่านแดนได้โดยที่มีข้อปฎิบัติทางระเบียบศุลกากรน้อยที่สุด พื้นที่เขตปลอดอากรอยู่บริเวณทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีพื้นที่ รวม 549,416 ตารางเมตร หรือประมาณ 345 ไร่ และมีสาธารณะอีก 111,156 ตารางเมตร กลุ่มอาคารหลักด้วย
     - อาคารขนถ่ายสินค้าของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทดับบลิวเอฟเอสพีจีคาร์โก้ จำกัด
     - อาคารคลังสินค้า 4 หลัง
     - อาคารตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศ 4 หลัง
     - อาคารสำนักงานศุลกากร และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
     - อาคารผู้บริหารจัดการ Free Zone

โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ 
     ตั้งอยู่ห่างจากอาคารผู้โดยสารประมาณ 300 เมตร เป็นโรงแรม   ขนาด 600 ห้อง และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ห้องประชุมสัมมนา ห้องอาหาร สปา และฟิตเนส